สวัสดีไดอารี่ที่รัก . . .
ขอโทดเน้อที่ดองได เหอๆ ^ ^
ยังจำความรู้สึกของวันแรกที่มาอยู่ที่สารคาม
วันนั้นตื่นแต่เช้ามาย้ายหอ
ย้ายออกมาจากหอในมาอยู่หอเครือข่าย
ชื่อหอตักสิลานคร เป็นหอพักขนาดใหญ่มาก
มีพร้อมทุกสิ่งอย่าง มีเคเบิล มี wireless แต่ว่าสัญญาณมันมาไม่ถึงห้องเค้
เพราะว่าเค้าอยู่ชั้นหนึ่งไง แต่ก็โอเคนะ วันหลังมาก้มานอนได้นะ
พอมาถึงก็จัดการขนของเสร็จแล้วแม่ก็บอกว่าแม่ไปแล้วนะลูก
พอแม่พูดคำนี้แล้วแบบน้ำตาไหล จนแม่ต้องโทรเรียกปุ๋ยศิมาอยุ่เป็นเพื่อน
แบบเค้ารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นบ้า
แบบอยู่คนเดียวก็ร้องไห้วันนั้นแบบไม่ไหวจิงๆ เป็นอะไรที่แย่ที่สุดแล้ว
คุยกับปุ๋ยอยู่นานมาก เหมือนปรับทุกข์เลย
มันก็เข้าใจเค้าทุกอย่าง
* ถ้าไม่มีแกป่านนี้เค้าคงบ้าไปแล้วแน่ๆ ^^
แต่วันนั้นก็นอนคนเดียวเพราะไม่มีเมท
แต่ตอนนี้ก็ยังไม่มีเลยชินกับการอยู่คนเดียว
แต่วันนั้นรับโทรศัพท์พ่อ แม่ พี่ เพื่อน ตลอด
แล้วแบบร้องไห้ทั้งคืนเลยแบบอยากกลับบ้านมาก
ขนาดอยู่ใกล้ๆนะ แต่แบบทำไมวะ
คือแบบตอนนอนหนะ น้ำตาไหลแบบร้องไห้จนแบบ
ไอ้ปุ๋ยมันแบบ แกถ้าแม่รู้แม่จะไม่สบายใจนะ
เค้าก็บอกว่าเค้ารู้ แต่เค้าห้ามไม่ได้จริงๆ
เค้ายอมรับเลยว่าอยากไปหาแม่ที่สุดเลย
เค้าสบายจนเกินไป เค้าสนิทแม่มากๆๆๆจิงๆ
ลูกแหง่เลยแหละขอยอมรับ
แล้วแบบแต่ละวันอ่ะก็ร้องไห้มาตลอดเลย
มาอยู่ที่นี่มันแบบเหมือนเราอยู่คนเดียว
แต่ว่าเราก็ต้องก้าวไปข้างหน้า . . เพื่ออนาคต
มีหน้าที่คือเรียนหนังสือ แล้วเวลาแม่โทรมาหา
แม่ก้จะสั่งสอนทุกอย่าง แล้วแบบเค้าก็ร้องไห้ตอนที่คุยเส็ด
แบบทำไมอยู่บ้านเราไม่ทำ มาตอนนี้แม่จะได้ไม่ต้องเป็นห่วง
แล้วเค้าแบบรู้สึกผิดจิงๆที่ไม่ได้ทำหน้าที่ลูกที่ดีเท่าที่ควรเลย
นับวันตัวเองยิ่งอ่อนแอลงไปทุกวัน
แต่ก็นึกอยู่เสมอว่าแม่กับพ่อไว้ใจเรามากถึงให้มาอยู่ที่นี้
แต่คือแบบเข้าใจมั้ยอ่ะว่าแบบคนมันเลยอยู่กับบ้านแต่ตอนนี้ก็มาอยู่คนเดียว
กลายเป็นคนล่องลอย กลายเป็นคนอ่อนไหว กลายเป็นคนอ่อนแอ
ยังดีที่มีเพื่อนโทรหาบ้าง
ขอบใจอิ๋ว กับ ต๋อ มาเป็นพิเศษเลย
กูโคดสบายใจกับทุกวันที่ได้คุยกับพวกแกนะ
กูอ่ะแสดงความอ่อนแอให้พวกมึงเห็น
แต่พวกมึงก็เข้าใจกูมาโดยตลอด
พวกมึงหนะ ช่วยกูได้เยอะจิงๆนะ
กูทนไม่ได้หรอกนะถ้าจะให้กูอยู่คนเดียวแบบนี้
ต๋อมึงหงะทำให้กูยิ้มได้แล้วก็ร้องไห้ได้ในเวลาเดียวกัน
ส่วนอิ๋วมึงก็รับฟังกูทุกอย่าง
กูไม่อยากให้พวกมึงไม่สบายใจไปกับกูนะ
แต่กูก็จะเข้มแข็งนะเว่ยเพื่อน
กูไม่สัญญานะว่ากูจะไม่ร้องไห้
ตอนนี้น้ำตาเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของเค้า
มันอยู่กับเค้าตลอดเวลาเวลาที่ร้องไห้จะรู้สึกสบายใจมากจิงๆ
คนที่สำคัญที่สุดเลยก้คือปุ๋ยศิ
แกอยู่กับเค้าเกือบจะตลอดเวลา
แกคอยเป็นห่วงเค้า
แกก้ร้องไห้ไปกับเค้า
แกเข้าใจความรุ้สึกเค้าดีที่สุด
แกทำให้เค้าไม่เหงา
แกทำให้เค้าหัวเราะ
กูรู้ว่ามึงเป็นห่วงกู
แต่กูอ่ะทำใจไม่ได้ซักที
กูขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่างที่มึงทำให้กูมาโดยตลอด
กูเหมือนก้อนหินบนหน้าผาจิงๆ
กุพร้อมที่จะตกลงไปเมื่อไหร่ก้ได้
แต่มึงเป็นคนที่หยิบก้อนหินก้อนนั้นขึ้นมา
กูถึงอยู่ได้ไงมึง ขอบใจจิงๆหวะเพื่อน
บ้านนี้คือบ้านสีน้ำตาล ::
Architect : AR , UD , IA , CA
AR : สถาปัด สาขา สถาปัด
UD : สถาปัด สาขา ผังเมืองและชุมชน
IA : สถาปัด สาขา ออกแบบภายใน
CA : สถาปัด สาขา นฤมิตศิลป์
ครอบครัวหลังใหญ่
ทุกคนคือพี่น้องกัน
และนี่คือเหตุผลใหญ่ที่ทำให้อยากไปเรียนในทุกๆเช้า
สังคมของพี่น้องชาวสถาปัดและศิลปกรรม
เป็นสังคมที่มีกฎตายตัวในแต่ละเรื่อง
บางคนอาจจะมองว่าเป็นคณะหรือมหาลัยที่บ้านนอก
แต่อยากให้มาลองสัมผัสดู
จากการประฐมนิเนศของคณะ
มันทำให้ความคิดของเค้าเปลี่ยนไป
ถึงแม้ว่าคณะนี้จะเมามายสูบยา
แต่เมื่อมาที่คณะทุกอย่างคุณห้ามทำ
เพราะคณะเปรียบเสมือนบ้านของพี่น้องทุกคน
บ้านหลังนี้ให้ความสำคัญในเรื่องการมีสัมมาคารวะมาก
ซึ่งมันอาจจะขัดกับลักษณะทางกายภาพของรุ่นพี่
ตอนแรกแทบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง
ว่าพี่คนนี้อยู่ปีสามเป็นผู้ชาย ผมยาว ใส่กางเกงยีน เอาเสื้อออกข้างนอกจะพูดได้ดี
แต่ไม่ใช่แค่พี่คนนี้คนเดียว
พี่ๆคนอื่นๆก็ดีมาก ก็เข้าใจเลยว่าทำไมต้องบังคับเรื่องนู้นนี้
ทำไปก็เพราะจะคงความรักระหว่างพี่กับน้องและกฎของบ้านหลังนี้ไว้
รุ่นพี่จะให้เกียรติน้องเสมอ
แต่ในตอนนี้พวกเรา ARCH 11# ก็ต้องพิสูจน์ตัวเองให้พี่ๆยอมรับ
มันอาจจะเป็นการยากที่จะเข้าใจนะ
เอาเป็นว่ารักบ้านหลังนี้มาก
อาจารย์ทุกคนดีหมดเป็นพี่กับน้องจิงๆได้เลย
ใครจะคิดว่าบ้านหลังนี้จะเป็นแบบนี้
บ้านหลังนี้อบอุ่นจิงๆ
บ้านหลังนี้ก็จะคงความอบอุ่นแบบนี้ไว้ตลอดไป
มันอาจจะดูยังไม่ทันสมัยอะไรเท่าไหร่
แต่ตึกใหม่สวยมาก เหลืออีกไม่นานก้จะได้ใช้แล้ว
นี่ไงตึกนี้เอง . . . .< ติดไว้ให้อยากดูเล่นๆเอิ๊กๆ>
คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ผังเมืองและนฤมิตศิลป์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
ตอนนี้ก็เรียนอยู่ที่ตึกของคณะศิลปกรรมอยู่
เชื่อมั้ยว่าจะสองคณะนี้เป็นพี่เป็นน้องกัน
เคยได้ยินกิตติศัพท์ของสองคณะนี้ที่มข.
แต่ที่นี้เค้ารักกันจริงๆconfirm ^ ^
เออๆลืมบอกไปเค้ามีชื่อในคณะด้วย
พลทหาร . ฮูชี้ ฮูดาก ญาติละอา
เหอๆเวลาแนะนำตัวก็ต้องแบบ
สวัสดีค่ะ ชื่อ ภคมน ชาวงษ์
เอก : CA ค่ะ
ชื่อในคณะ . . . . .
มาจากขอนแก่นค่ะ
รุ่นพี่ก็จะแบบบังคับเลยว่าให้ถามชื่อเพื่อนสี่ทิศแล้วจะถาม
แล้วก็แบบจำวิชาเอกด้วย
แล้วแบบมันเป็นการบังคับที่ได้ผล
มันทำให้เรารู้จักเพื่อนร่วมบ้านมากขึ้น
แต่ตอนนี้ก็จำหน้าได้แค่จำชื่อไม่ได้ ?!?
แต่มันทำให้แบบหาเพื่อนง่ายมาก
เข้าใจเลยว่าทำไมรุ่นพี่รู้จักกันหมด
เพราะถูกเลี้ยงมาแบบนี้เหมือนกันจากรุ่นพี่ๆ
อาจารย์ที่ CA น่ารักทุกคนเลยแบบไม่ไหวแล้ว
น่ารักในที่นี้คือแบบเป็นกันเองสุดๆๆ
แบบมีแต่แบบวัยรุ่นไฟแรงทั้งนั้นเลย
แบบแนวๆ อ่ะบอกไม่ถูกเว่ย เหอๆ
เอาเป็นว่าโคด love เลยเน๊อะ
ตารางเรียนของ CA ( ของเค้านั่นแหละ )
วันจันทร์
14.00-20.00 : computer design ( I )
วันอังคาร
08.00-14.00 : Drewing ( I )
15.50-16.50 : Languge Expression
วันพุธ
09.00-12.50 : Introduction arts&dancing (ศิลปกรรม)
วันพฤหัส
08.00-12.50 : Introduction ( จำชื่อไม่ได้หวะ T_______T )
14.00-19.50 : Design Fundamental ( I )
วันศุกร์
08.00-11.50 : Languge อีกตัวนึงแล้วก็เส็ดแล้ว
เป็นไงตารางเรียนของเค้าหนักโคดเลย
ดูดิเลิกสองทุ่มตั้งสองวันแล้วก็เรียนเช้าอีกนะ
งานเยอะอีกวันนี้ก็ได้มาแล้ว 6 งาน
ของ Drewing >D MAX อีก >
วันนี้มีโปรแกรมจะไปซื้ออุปกรณ์ไปเรียนที่ศึกษาภัณฑ์อีก
เอาหละกูไปอาทิดนึงเงินกูใช้ไปสามพัน
งี้เดือนนึงกูจะเท่าไหร่วะ ?!?
เศร้าจาย. . ..
เนี่ยแหละเป็นแค่การเริ่มต้นของเค้าเอง
หลายคนอาจจะลองออกไปอยู่แบบนี้บ้าง
แต่จะบอกว่าสำหรับเค้ามันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างต้องใช้เวลานานมาก
แต่เค้าก็พยายามเต็มที่
เพื่อนในมหาลัยหนะก็จะหาดีๆยากมาก
แล้วเค้าอ่ะโดนเพื่อนว่าแบบกระเดะฟังภาษาลาวไม่รู้เรื่อง
เค้าก็เลยบอกว่าขอโทดนะกูเกิดขอนแก่น
ในอำเภอเมืองแล้วก็เรียนที่สาธิต
เค้าไม่จำเป็นต้องมาเข้าใจในสิ่งที่แกพูด
แล้วแบบทำให้เค้ารู้สึกเป็นชนกลุ่มน้อยหนะ
แล้วแบบเข้าใจมั้ยวะมันเครียดนะมาอยู่แบบนี้
เค้ามีเป้าหมายคิอมาเรียน
ไม่ใช่มาหา ผะ - อัว
ไม่เหมือนพวกมึงที่อยากมาอยู่ข้างนอกเพราะเรื่องไม่เป็นเรื่อง
"เอาเถ๊อะว่าทนเอาเว่ย "
เค้าคงจะไม่ได้อัพไดอีกนานนะ
คงจะแบบกลับมาขอนแก่นทีก็จะอัพที
เพราะว่าเปิดเทอมมาอาทิดแรกงานก็เยอะมากๆเลย
นอนตีสองเกือบจะทุกวันเลย >